ไดมอนด์ 101

คู่มือที่ดีที่สุดในการซื้อเพชรเม็ดแรกของคุณ!

เกณฑ์การแบ่งคุณภาพเพชร

CUT

CUT

The cut of a natural diamond determines how it interacts with light.

COLOR

COLOR

A natural diamond's color grade is usually a measure of how colorless the diamond is.

Screen Shot 2020-07-22 at 1.57.17 PM

Screen Shot 2020-07-22 at 1.57.17 PM

A diamond's clarity refers to the absence of inclusions or blemishes.

Carat

Carat

The carat of a natural diamond is the measurement of the diamond's weight.

Shape

Shape

The shape of a natural diamond is truly a sign of skilled craftsmanship.

Screen Shot 2020-07-22 at 1.58.58 PM

Screen Shot 2020-07-22 at 1.58.58 PM

A natural diamond's fluorescence is a symbol of nature's fascinating properties.

Luster or Brilliance

Luster or Brilliance

Luster or Brilliance is the most sought after and valued attributes to a diamond.

Other Inclusions

Other Inclusions

For a thorough grading, diamonds are assessed on every tiny detail.

​เพชรของมณี มีคุณภาพเกณฑ์การแบ่งเพชรที่มีมาตรฐานโดยผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรมเพชรโดยตรงมากกว่า 25 ปี พร้อมมาตรฐานจากสถาบัน GIA, HRD และ IGI

เรายึดถือ และมีความภาคภูมิใจในการรักษามาตรฐานของเกณฑ์การแบ่งคุณภาพเพชร ที่มีคุณภาพสูง พร้อมด้วยความโปร่งใส

 

การเจียระไนของเพชรจากธรรมชาติ เป็นตัวกำหนดการเกิดปฏิกิริยาการกระทบกับแสง.

การเจียระไนเพชรโดยมีกระบวนการตามมาตรฐาน นั้นทำให้เพชรมีลักษณะความสวยงาม รวมทั้งมีความเปล่งแสง เล่นไฟเป็นประกาย ซึ่งการเจียระไนเป็นวิธีที่ทำให้เพชรเกิดการสะท้อนแสง ส่งผลให้เห็นเป็นสี และเกิดความเปล่งประกาย.

เพื่อความสวยงามของเพชร การเจียระไนเพชรธรรมชาตินั้นต้องมีการผสมผสานระหว่างศิลปะและความแม่นยำ
การเจียระไนไม่ได้หมายถึงรูปร่างของเพชรเท่านั้น แต่หมายถึงคุณภาพของสัดส่วนการเจียระไน ความเงางาม และความสมมาตรของเพชรที่ถูกเจียระไนด้วย

cutshape.jpg

การจัดเกรดเพชรของ MANEE โดยใช้คุณภาพการเจียระไนเป็นเกณฑ์เกณฑ์การแบ่งคุณภาพเพชรของมณี

รายละเอียดเพิ่มเติมของการเจียระไนเพชร:

 

การขัดเงา เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเจียระไนเพชร ในส่วนของการขัดเงาเพชรนั้น จะช่วยเพิ่มความแวววาวของเพชร

 

        ความสมมาตร หมายถึงความแม่นยำในการเจียระไนเหลี่ยมเพชร หากถ้าการเจียระไนนั้นไม่มีความเสมอกัน ก็มีผลให้แสงที่จะตกกระทบมาที่เหลี่ยมเพชรนั้นๆมีความสวยงามลดลงมาได้

โดยปกติแล้วเกรดสีของเพชรธรรมชาติจะเป็นตัววัดว่าเพชรไม่มีสีหรือไม่ เพชรธรรมชาติส่วนใหญ่นั้นไม่มีสี แต่จริงๆแล้วมีโทนสีเหลืองหรือน้ำตาลเล็กน้อย ยิ่งมีสีน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งหายากและมีคุณค่ามากกว่า เพชรธรรมชาติจะถูกแยกคุณภาพระดับสีตั้งแต่ D (ไม่มีสี) ถึง Z (สีน้ำตาลหรือสีเหลือง) เพชรยังสามารถก่อตัวตามธรรมชาติในสีเกือบทุกสีเท่าที่จะทำได้เนื่องจากปัจจัยที่ปรากฏบนโลกเมื่อพวกมันก่อตัว สี "แฟนซี" ตามธรรมชาติเหล่านี้ส่วนใหญ่หายากจนมีราคาสูงมาก

การจัดเกรดเพชรของ MANEE โดยใช้สีเป็นเกณฑ์

color1.PNG
 

เพชรธรรมชาติก่อตัวขึ้นลึกภายในโลก,และเป็นผลให้พวกเขามักจะมีเครื่องหมายที่ไม่ซ้ำกันที่เรียกว่าการรวมหรือตำหนิ เครื่องหมายทั่วไปเหล่านี้มักเป็นผลมาจากองค์ประกอบที่ไม่ใช่คาร์บอนหรือการหยุดชะงักในช่วงที่มีความร้อนสูงและความดันที่เพชรผ่านเข้าไป ในขณะที่ก่อตัวลึกลงไปในโลกและอาจพิจารณาแคปซูลเวลาขนาดเล็กที่บอกเล่าเรื่องราวการก่อตัวของเพชรธรรมชาติ

ความสะอาดของเพชรหมายถึงการไม่มีรอยตำหนิ หรือตำหนิเพชรธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยไม่มีสิ่งเจือปนใดๆ นั้นหาได้ยากมากและถือว่า “ไร้ที่ติ” เพชรที่หายากเหล่านี้เป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดในโลก

การจัดเกรดเพชรของ MANEE โดยใช้ความสว่างใสของเพชรเป็นเกณฑ์

cla1.PNG

You can identify the inclusions in the following diamonds:

Clarity: VS2

Carat: 3.01

Color: E

Clarity: SI1

Carat: 1.35

Color: D

 

กะรัตของเพชรธรรมชาติคือการวัดน้ำหนักของเพชร กะรัตมาจากชื่อของเมล็ด carob ซึ่งเป็นเมล็ดขนาดเล็กที่มีน้ำหนักเท่ากัน เมล็ดเหล่านี้ถูกใช้เพื่อปรับสมดุลในการค้าขายอัญมณีช่วงต้นก่อนที่จะมีการสร้างตัวชี้วัดกะรัตเป็นรูปแบบสากลของการวัด

เพชรกะรัตเต็มรูปแบบมีน้ำหนัก 200 มิลลิกรัม และเพชรกะรัตเต็มรูปแบบและเพชรธรรมชาติขนาดใหญ่กำลังกลายเป็นสิ่งที่หายากในวันนี้เนื่องจากปริมาณการผลิตลดลงอย่างต่อเนื่องและไม่พบการสะสมที่สำคัญในทศวรรษที่ผ่านมา

การจัดเกรดเพชรของ MANEE โดยใช้น้ำหนักเป็นเกณฑ์

Carat

Grade

Size (mm)

Carat

Grade

Size (mm)

 

รูปทรงของเพชรนั้นเสมือนกับเครื่องแสดงของความสามารถที่มีความชำนาญการ ซึ่งเพชรนั้นมีรูปทรงหลากหลายออกไปจากการเจียระไนด้วยความสร้างสรรค์ในศิลปะ ได้ออกมาเป็นเพชรรูปทรงแฟนซีต่างๆ

ในส่วนของเพชรทรงกลมที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากง่ายต่อการทำเครื่องประดับ แต่อย่างไรก็ตามความพึงพอใจในเพชรรูปทรงต่างๆนั้น ก็เป็นเรื่องของความชอบส่วนตัวแตกต่างกันไปตามแต่ละตัวบุคคล และลูกค้าทุกๆท่าน

 

ฟลูออเรสเซนต์หมายถึงคุณสมบัติพิเศษที่น่าหลงใหลอย่างหนึ่งของเพชร เมื่อฉายรังสีอัลตร้าไวโอเลตไปที่เพชรแล้วเพชรจะเรืองแสงขึ้นมาเป็นสีฟ้าด้วยระดับเฉดเข้มอ่อนลดหลั่นกันไป เพชรที่ไม่เรืองแสงเป็นสีฟ้าเมื่อฉายรังสียูวีผ่านนั้นมีน้อยมากประมาณ 20% ของเพชรทั้งหมดจึงทำให้เพชรไม่เรืองแสงหรือที่เราเรียกว่าเพชรไม่ติดฟลูนั้นหาได้ยากและมีมูลค่าสูง

 

คุณสมบัติฟลูออเรสเซนต์นี้กลับช่วยเป็นผลดีต่อเพชรที่ติดสีอมเหลือง (สีเกรด I-M) ทำให้เพชรที่มีสีอมเหลืองในเกรดสีเหล่านี้ดูสว่างและเปล่งประกายมากขึ้นเมื่อโดนรังสียูวี แต่หากเพชรเรืองแสงมากเกินไปหรือที่เรียกว่าเพชรติดฟลู (สีเกรด DEF) ก็จะทำให้เพชรมีสีออกไปทางขุ่นขาวหรือเรียกว่าสีมิลกี้เหมือนกับสีของนมนั่นเอง

flu1.PNG
 

ความวาวหรือเปล่งประกาย ความเปล่งประกายของเพชรเกิดจากการเล่นไฟและการความระยิบระยับของแสงที่ส่องผ่านเพชร ประกายเพชรเป็นสิ่งที่ใครๆก็ปรารถนาและเสาะแสวงหา มันสะท้อนถึงมูลค่าของเพชรอีกด้วยกล่าวคือเพชรที่เปล่งประกายมากก็ยิ่งมีราคาสูงมาก เพชรจะสวยหรือไม่สวยก็ขึ้นอยู่กับการสะท้อนของกลับของแสงที่ส่องกระทบเพชร หากมีแสงสะท้อนกลับมากเพชรก็ยิ่งแวววาวมาก แต่หากแสงไม่สะท้อนกลับมาที่ตาเราเลยก็แปลว่าเพชรนั้นไม่ค่อยมีประกายคือเป็นเพชรหมอง ไม่สวยงาม ดังนั้นการจะวิเคราะห์ว่าเพชรเม็ดหนึ่งๆสวยหรือไม่สวยก็ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยคือความแวววาวของเพชรกับสีขุ่นของเพชรหรือที่เราเรียกว่ามิลกี้นั่นเอง

 

ระดับความขุ่น ความขุ่น หมายถึง ความหม่นหรือความพร่ามัวในเนื้อเพชรซึ่งเป็นได้ทั้งสีขาวขุ่นหรือสีเทา ความหม่นของสีเพชรนี้เป็นอุปสรรคต่อการสะท้อนแสงของเพชรคือมันจะมีลักษณะคล้ายเมฆลอยอยู่ภายในเพชร สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และแน่นอนว่าสีขุ่นในเนื้อเพชรนี้ส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าและราคาของเพชรด้วย

ตำหนิแบบเปิด

เราจัดเกรดของเพชรโดยแบ่งตามตำแหน่งที่เกิดตำหนิ::

   ตำหนิที่หน้าเพชร – หมายถึงตำหนิที่พบบริเวณตรงกลางเทเบิ้ลหรือหน้าเพชรทำให้สามารถมองเห็นตำหนินั้นได้ง่าย

    ตำหนิด้านในเพชร -หมายถึงตำหนิที่เกิดบริเวณที่เรียกว่า crown คือด้านบนของเพชรในส่วนที่เกินจากเกอร์เดิ้บหรือขอบเพชรขึ้นมา

TABLE

SIDE

จุดดำ

เราจัดเกรดเพชรโดยแบ่งตามปริมาณจุดดำที่อยู่ในเนื้อเพชรว่ามากหรือน้อย

ตำหนิประเภทอื่นๆของเพชร

เราจัดเกรดเพชรตามตำหนิของเพชรโดยแบ่งตำหนิเป็น 5 ประเภทดังนี้:

 

พินพ้อยหรือจุดเล็กๆในเนื้อเพชร (PP)

     พินพ้อยท์คือจุดขนาดเล็กมากๆที่อยู่ในเนื้อเพชร เล็กจนเมื่อส่องด้วยลูปกำลังขยาย 10 เท่าแล้วก็ยังเห็นเป็นเพียงจุดเล็กๆ ส่วนมากมักเป็นจุดสีขาวแต่บางครั้งก็พบเป็นจุดสีดำ.

คลาวด์หรือก้อนเมฆ (CLD)

      คลาวด์คือกลุ่มของพินท์พ้อยท์หรืออธิบายง่ายๆว่าเป็นกลุ่มของจุดเล็กๆในเพชรซึ่งกระจุกตัวเป็นก้อน บางครั้งอาจทำให้เพชรดูหมองหรือขุ่นได้ คลาวน์นั้นมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าต้องใช้เครื่องขยายหรือลูปเข้าช่วย.

 

คริสตัล (CRL)

      คริสตัลคือแร่ธาตุอื่นๆที่ปะปนมากับเพชรในช่วงเวลาที่เพชรกำลังฟอร์มตัว คริสตัลสามารถมีได้หลายสีหรืออาจจะใสก็ได้ มีได้หลากรูปทรง จะเกิดเป็นคริสตัลจุดเดียวหรือหลายจุดก็ได้.

 

ขนนก (FR)

     ขนนกคือรอยแตกเล็กๆที่อยู่ในเนื้อเพชร มีลักษณะเหมือนขนนก.

 

สเปรด (SPR)

     สเปรดคือตำหนิที่เป็นรอยแตกในเนื้อเพชรเช่นเดียวกันกับขนนกแต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก.

ตำหนิแบบเปิด

ตำหนิแบบเปิดคือตำหนิที่เกิดขึ้นบนผิวหน้าของเพชรพอดีจึงเห็นได้ง่ายเราจึงเรียกมันว่าตำหนิเปิด ตารางด้านล่างนี้คือตำหนิแบบเปิด 5 ประเภท

ตำหนิจากการมีเหลี่ยมเพชรเกิน

ตำหนิจากการมีเหลี่ยมเพชรเกินนั้นหาได้ยากและส่วนมากเมื่อเจอก็จะแก้ไขได้โดยการเจียระไนให้มีเหลี่ยมตามมาตรฐานเพื่อเพิ่มความเปล่งประกายให้กับเพชร