The Fifth C: จริงๆแล้วเพชรมีราคาเท่าไหร่
อะไรบ้างที่มีผลต่อราคาของเพชรและทำอย่างไรเพื่อให้ได้เพชรที่ใหญ่และสวยงามที่สุดในงบที่คุณมี.
Diamonds-and-money-bills.png

ราคาของเพชรขึ้นอยู่กับลักษณะของเพชรเม็ดนั้นๆ เพชรบางเม็ดมีราคา 30,000 บาทขึ้นไปต่อเม็ด ในขณะที่เพชรบางเม็ดมีราคาเพียงแค่หลักพัน จริงๆแล้วเพชรควรจะราคาเท่าไหร่กันนะ? เรามาดูกันว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อราคาของเพชร และทำอย่างไรจึงจะได้เพชรที่เม็ดใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดภายในงบที่คุณมี.

เราขอแนะนำให้คุณลองอ่านบทความเรื่องการตั้งราคาของเพชรที่เราเคยเขียนไว้ เพียงคลิ๊กที่บทความด้านล่างนี้:

ซื้อเพชรอย่างไรให้ได้เพชรที่สวยที่สุดในงบที่จำกัด

ประวัติศาสตร์ของราคาเพชร

ลงทุนในเพชรดีหรือไม่?

ปัจจัยอะไรบ้างที่เป็นตัวกำหนดราคาของเพชร?

ราคาของเพชรกำหนดโดยน้ำหนักและความงามของเพชร ซึ่งเพชรจะงามมากหรือน้อยให้ดูจากสีของเพชร ความใสและการเจียระไนเหลี่ยมเพชรว่าสวยคมกับสมมาตรหรือเปล่า.

ปกติแล้วเพชรเม็ดใดที่มีลักษณะพิเศษที่จะหาเพชรเม็ดอื่นที่คล้ายกันได้ยาก ก็ยิ่งมีราคาสูง.

ยกตัวอย่างเช่น เพชรที่ไม่มีสีเลย (เพชรที่อยู่ในสี D,E, หรือ F) จะมีราคาแพงกว่าเพชรที่เกือบจะไม่มีสี (เพชรที่อยู่ในสี G,H, I หรือ J) ทั้งนี้เป็นเพราะว่าเพชรที่ไม่มีสีเลยนั้นหาได้ยากกว่าตามธรรมชาติ.

​ลักษณะเดียวกันเพชรที่ไม่มีตำหนิหรือสิ่งปนเปื้อนใดๆภายในเนื้อเพชรเลยก็หาได้ยากเช่นกัน ดังนั้น เพชรที่ไม่มีตำหนิใดๆ เนื้อเพชรจะกระจ่างใสมากและจะถูกขายในราคาที่แพงมากกว่าเพชรทั่วๆไป.

ปัจจัยอื่นๆที่กำหนดราคาของเพชรก็คือคุณภาพในการเจียระไนซึ่งเป็นผลให้เกิดเหลี่ยมเพชรและความสมมาตรของเพชร.

ในอุตสาหกรรมเพชร ความสมมาตรในการเจียระไนเพชรมีส่วนสำคัญต่อความเปล่งประกายแสงของเพชรนั้นๆ ยิ่งเพชรถูกเจียระไนได้สมมาตรมากเท่าใด ราคาของเพชรก็จะยิ่งแพงมากขึ้นเท่านั้น.

ปัจจัยสุดท้ายที่กำหนดราคาของเพชรก็คือน้ำหนัก หากเพชร 2 เม็ดมีสี ความสะอาดและการเจียระไนที่เหมือนกัน เพชรเม็ดที่ใหญ่กว่าจะมีราคาแพงกว่า.

โดยสรุป เพชรที่ยิ่งใส ยิ่งสะอาด มีความสมมาตรในการเจียระไนและมีขนาดใหญ่ก็จะยิ่งมีราคาแพง.

เพชรน้ำงามมากๆควรมีราคาเท่าไหร่?

เพชรที่มีคุณสมบัติที่ดีทำให้มีน้ำงามมากๆก็จะเป็นเพชรที่มีราคาแพง.

ยกตัวอย่างเช่น,

          เพชรกลมขนาด 1 กะรัต สีขาวใสระดับ D color ไม่มีตำหนิภายใน มีเหลี่ยมเพชร Excellent สวยสมบูรณ์แบบที่สุดอาจมีราคาสูงกว่า 600,000 บาทต่อเม็ด ในขณะที่เพชรที่มีคุณภาพระดับเท่ากันแต่เบากว่าเล็กน้อยคือหนักเพียง 0.75 กะรัตกลับมีราคาเหลือเพียงแค่ 210,000-240,000 บาทต่อเม็ดเท่านั้น.

เพื่อเปรียบเทียบเพชรกลมหนัก 1 กะรัตสีใสระดับรองลงมาคือ E Color ความสะอาดสูงมากระดับVVS1 การเจียระไนดีมากอาจมีราคาสูงถึง 300,000 บาทต่อเม็ด เมื่อเทียบกับเพชรกลมคุณภาพเท่ากันแต่เบากว่าเล็กน้อยคือหนักเพียง 0.75 กะรัตกลับมีราคาเพียง 195,000-225,000 บาทต่อเม็ด.

อย่าลืมว่าราคาของเพชรสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แม้ลักษณะของเพชรในแง่ใดแง่หนึ่งจะเหมือนกันแต่ราคาของเพชรสามารถมีได้หลากหลายขึ้นอยู่กับความงามของประกายเพชรที่ปรากฏออกมา.

เพชรที่มีคุณภาพต่ำ ให้ประกายไฟน้อยจะมีราคาประมาณเท่าไหร่?

เพชรแบบไหนที่จัดว่าเป็นเพชรที่มีคุณภาพต่ำประกายไฟน้อย เพชรประเภทนี้ก็คือเพชรที่มีสิ่งเจือปนอยู่ในเพชรมาก (เกรด I) สีไม่ค่อยใสเท่าที่ควรหรือมีสีระดับน้อยกว่า J color ลงไปส่วนการเจียระไนก็จัดอยู่ในระดับพอใช้ (Fair Cut) หรือต่ำกว่า.

ยกตัวอย่างเช่นเพชรคุณภาพต่ำขนาด 1 กะรัตจะมีราคาเพียง 30,000 บาทถึง 60,000 บาท.

แล้วตอนนี้คุณก็สามารถซื้อเพชรเม็ดใหญ่ที่มีราคาถูกได้แต่อาจจะประกายไฟไม่ค่อยสวยมากนัก แต่ก็ยังมีคำถามคาใจว่าเพชรเม็ดใหญ่ที่คุณได้ไปนั้นคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปหรือเปล่า เนื่องจากเพชรคุณภาพต่ำนี้จะไม่ค่อยให้ประกายไฟมากนักแถมยังมีตำหนิภายในที่เห็นได้ชัดอีกด้วย.

เพชรที่มีมูลค่าสูงที่สุดมีราคาเท่าไหร่?

เพชรที่มีมูลค่าสูงก็คือเพชรที่ไม่มีสีและเมื่อมองด้วยตาเปล่าก็จะไม่เห็นตำหนิภายใน นั่นหมายความว่าใครก็ตามที่ไม่ได้ชำนาญในการดูเพชรเมื่อมาดูเพชร 2 เม็ดระหว่างเพชรที่มีคุณภาพสูงกับเพชรที่มีมูลค่าสูงก็จะแยกความแตกต่างไม่ออกระหว่างเพชร 2 เม็ดนั้น เราขอแนะนำให้คุณอ่านบทความ ซื้อเพชรอย่างไรให้ได้เพชรที่สวยที่สุดในงบที่จำกัดเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการหาเพชรที่มีมูลค่าสูงที่สุดภายในงบที่คุณมี.

ยกตัวอย่างเช่น,

          1เพชรกลมขนาด 1 กะรัต สีระดับเกือบใสคือ H color ความสะอาดระดับ VS2 การเจียระไนเหลี่ยมเพชรระดับดีมาก เมื่อดูด้วยตาเปล่าก็เป็นสีใสและสะอาดแผ่นลักษณะนี้จะมีราคาอยู่ในช่วง 135,000-180,000 บาท.

ส่วนเพชรอีกเม็ดนึงที่คุณภาพดีกว่าเล็กน้อยคือเพชรสีเกือบใสระดับดีขึ้นมาหน่อยคือ G color ความสะอาด VS1 จะมีราคาอยู่ที่ 150,000-210,000 บาทต่อเม็ด อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นข้อสงสัยของหลายๆคนที่ว่าทำไมราคาถึงแพงกว่ากันมากในขณะที่ระดับคุณภาพต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและเมื่อดูด้วยตาเปล่าก็แทบจะไม่เห็นความแตกต่างอะไร.